งาน Part-time สร้างรายได้เสริม ผ่านอินเตอร์เน็ต

สำหรับ...นิสิต นักศึกษา ผู้กำลังมองหางาน พนักงานประจำ บุคคลทั่วไป และผู้ที่ต้องการสร้างรายได้พิเศษ แบบ Part Time/Full Time

รับสมัคร PART-TIME คีย์ข้อมูล / พิมพ์เอกสาร /ส่ง E-mail ทำงานที่บ้านได้ จ่ายรายได้รายวัน

รับสมัคร ผู้ที่สนใจทำงานแบบ Part-time ทำงานวันละ 1-2 ชั่วโมง ทำงานที่บ้านได้ หลังเลิกงาน / หลังเลิกเรียน , เสาร์- อาทิตย์ (นักศึกษา,คนว่างงาน,พนักงานประจำ,บุคคลทั่วไป สามารถทำได้)

สมัครงาน หางาน งานพิเศษ มี่รายได้เพิ่ม

ลักษณะการทำงาน ให้คีย์ข้อมูลตามเอกสารที่เรากำหนด แล้วส่งไปที่อีเมล์ที่เราเตรียมไว้ให้ สามารถทำเป็นรายได้เสริมได้

หางาน part time เขตกรุงเทพ แจ้งวัฒนะ เสาร์ อาทิตย์ ที่นี่ค่ะ

นักศึกษาหรือผู้ที่ทำงานประจำที่อยู่แถว เขตกรุงเทพ สนใจงาน part time เพียงแค่มีเวลาว่างหลังจากเลิกเรียนหรือเลิกงาน บริษัทจะให้พิมพ์งานและอัพเดทเว็ปไซต์วันล่ะ2-3ชั่วโมง และทางบริษัทได้มีการสอนงานให้ฟรี สามารถรับงานกลับไปทำที่บ้านได้ บริษัทอยู่แถว เขตแจ้งวัฒนะ น้องๆนักศึกษาหรือผู้ทำงานประจำ ผู้ว่างงาน ผู้ตกงานสนใจ งาน part time อ่านรายละเอียดด้านล่างค่ะ

งานพิเศษ ทำที่บ้าน เสาร์ อาทิตย์ คีย์ข้อมูล ค่ะ

สำหรับผู้ที่ต้องการรายได้เสริม หางานพิเศษ ในช่วง เสาร์ อาทิตย์ ทำที่บ้าน ทำงานวันละ 3-4ชม.เท่านั้น โดยทางบริษัทมีการสอนงานให้ เป็นงานคีย์ข้อมูล เมื่อเรียนรู้งานแล้ว สามารถนำงานกลับมาทำที่บ้านได้ โดยใช้ช่วงเวลาว่าง หรือ เวลาหลังเลิกจากงานประจำเเละเลิกเรียน อ่านเพิ่มเติมข้างล่างค่ะ

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

10 มหาเศรษฐี ระดับโลก ที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย

อ่าน forward mail เรื่อง มหาเศรษฐี ที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย มานานพอสมควรแล้ว แต่วันนี้ หลังจากอ่านข่าว สตีฟ จ็อปส์ เสียชีวิต อยู่ๆก็นึกถึง forward mail ฉบับนี้ขึ้นมา (เพราะสตีฟ จ็อปส์ ก็เป็นหนึ่งคนที่ประสบความสำเร็จโดยที่ไม่มีใบปริญญา) และแล้วก็ได้เวลาค้นหาอีเมลล์มาให้เพื่อนๆ Sanook! Campus ที่ยังไม่เคยอ่านได้อ่านกัน
เป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงนะครับ คำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น บางครั้งไม่ต้องจบระดับปริญญาก็สามารถประสบความสำเร็จได้ เพียงแค่มีโอกาส ความเชื่อ และความพยายาม  ตัวอย่าง 10 คนดัง ต่อไปนี้ที่ก้าวข้ามคำว่าใบปริญญาและประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่ตนเองได้เลือกเอง

1. ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Virgin
ด้วยภาพลักษณ์นักธุรกิจนอกกรอบ ตำราไหนว่าแน่พี่ขอแหก เสาะแสวงหาความท้าทาย ในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เลิกเรียนตั้งแต่อายุ 16 มาเอาดีด้วยการทำนิตยสารสำหรับนักเรียนเป็นธุรกิจ ค่อยๆ ขยายธุรกิจอื่นๆ มากมาย ไม่เว้นแม้แต่สายการบิน เป็นเพลย์บอยแถมรวยภาพที่ปรากฏก็เลยแสบๆ อย่างที่เห็น


2. โคโค แชลแนล (CoCo Chanel) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Chanel
เธอเกิดมากำพร้า เริ่มอาชีพเป็นเพียงช่างเย็บผ้า ในยุคที่สตรีต้องตัดชุดสตรีเท่านั้น แชนแนลผลักดันตัวเองอย่างกล้าหาญด้วยการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและผสมผสานเนื้อผ้า สร้างเอกลักษณ์ให้ผลงานของเธอ แต่ที่สร้างชื่อให้เธอเป็นที่จดจำตลอดกาลคือ คือ น้ำหอม แชนแนลหมายเลข 5 อันโด่งดังนั่นเอง


3. ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dell
ไปไหนก็จะเห็นคอมพิวเตอร์-โน้ทบุ๊คยี่ห้อ Dell กันใช่ไหม ผู้ก่อตั้งคือ ไมเคิล เดลล์ เขาหยุดเรียนตั้งแต่อายุ 19 มาก่อตั้งบริษัท PC's Limited ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Dell, Inc และผันตัวเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดในโลก ในปี 1996 เดลล์ได้มอบทุนให้มหาลัยเทกซัสจำนวน 50 ล้านเหรียญ (ราวๆ 2,000 ล้านบาท) เพื่อยกระดับสุขภาพและการศึกษาของเยาวชน


4.เฮนรี่ ฟอร์ด (Henry Ford) : ผู้ก่อตั้ง Ford Motor
เขาออกจากบ้านตอนอายุ 16 ปีเพื่อเป็นช่างยนต์ ภายหลังก่อตั้ง บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ดำเนินอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ซึ่งรถที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกคือรุ่น Ford Model T ผลกำไรทำให้ขยายกิจการ และริเริ่มวางสายการผลิตแบบอัตโนมัติ


5. บิล เกตส์ (Bill Gates) : ผู้ก่อตั้ง Microsoft
ติด อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกปี 1995 - 2006 ช่วงวัยรุ่นหยุดเรียนเพราะมุ่งมั่นมากที่ จะตั้งบริษัทผลิตซอฟท์แวร์ ชื่อความหมายเล็กจิ๋วว่า บริษัทไมโครซอฟท์ รวยล้นฟ้าแล้วยังใจบุญ เพราะครอบครัวบิลก่อตั้ง มูลนิธิ บิล & มาลิดา เกตส์ คอยช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพแก่คนทั้งโลก


6. สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) : ผู้ก่อตั้งและสร้างความยิ่งใหญ่ ให้แบรนด์ Apple
เรียนมหาวิทยาลัยได้เทอมเดียวก็ไปทำงานให้กับ บริษัท อาตาริ ก่อนที่จะควบรวมเป็น บริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ แต่ชื่อมันยาว เดี๋ยวนี้เลยตัดเหลือเพียง แอปเปิ้ล แบรนด์ล้ำๆ ที่ทำให้คนทั้งโลกคลั่ง กับผลงานล่าสุดอย่าง iPad และ iPhone 4 ครั้งหนึ่งสตีฟ จ็อปส์เคยเป็น CEO ให้ Pixar ก่อนที่จะควบรวมกับ วอลท์ ดีสนีย์


7. เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) : ผู้กำกับระดับออสการ์
หยุด เรียนตอนปี 2 ไปทำงานรับจ้างทั่วไป ทั้งขับรถบรรทุกและงานเขียน ระหว่างนั้นก็พยายามเรียนด้าน สเปเชียล เอฟเฟค ด้วยตนเอง จากวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาในห้องสมุด หลังจากดูหนัง สตาร์วอร์ จึงเลิกขับรถบรรทุก ไปหางานในวงการภาพยนตร์ทำ จากงานผู้ช่วย ก็ผันมาเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่กลายเป็นตำนาน อย่าง คนเหล็ก 2, ไททานิค และ ภาพยนตร์ 3D สุดอลังการอย่าง อวาตาร


8.เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) : นักร้องซุปเปอร์สตาร์ หลุดโลก
กว่าจะเป็นราชินีเพลงป๊อปแดนซ์และเจ้าแม่แฟชั่นหลุดโลกคนนี้ เธอหัดเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เริ่มเขียนโน้ตเปียโนตอน 13 พออายุ 17 ปีก็แต่งเพลงเอง จนกระทั่งปีสองเทอมสอง เธอหยุดเรียนและหันไปเอาดีในอาชีพดนตรี ด้วยเงินเพียงน้อยนิด จนประสบความสำเร็จในชื่อ "เลดี้ กาก้า" ที่ทั้งโลกรู้จัก ชื่อที่ผันมาจากชื่อเพลง "เรดิโอ กา ก้า"


9. ไทเกอร์ วู๊ดส์ (Tiger Woods) : อดีตนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลก
เล่นกอล์ฟตั้งแต่เดินได้ โชว์วงสวิงให้โลกตะลึงตอนอายุ 2 ขวบ เอาชนะพ่อตัวเองได้ตอน 11 ขวบ หลังจากคว้าแชมป์รายการดังมากมาย จึงตัดสินใจหยุดเรียนและเปลี่ยนเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ขณะอยู่ปี 2 ผูกขาดตัวเองเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกมานานหลายปี


10. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) : ผู้ก่อตั้ง Facebook
ผู้ก่อตั้ง Facebook ที่คนทั้งโลกติดกันงอมแงม พัฒนาเฟสบุ๊คกับเพื่อนร่วมชั้น ตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่ ฮาวาร์ด หลังจากที่เฟสบุ๊คได้รับความนิยมและทำเงินมหาศาล ก็หยุดเรียน เพื่อเป็นผู้บริหารของเฟสบุ๊คเต็มตัว ปัจจุบันเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก
*จะดีมั้ยถ้าประเทศไทย วัดคุณภาพคนและคุณภาพงาน จากตัวตนและผลงานของคนๆนั้นจริงๆ โดยไม่ดูที่ใบปริญญา?!

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ใครไม่อยากโดดเดี่ยวเชิญทางนี้ เรามีข้อแนะนำดี ๆ มาฝาก...


 ใครไม่อยากโดดเดี่ยวเชิญทางนี้ เรามีข้อแนะนำดี ๆ มาฝาก...

เรื่องโดย น.พ.เทอดศักดิ์ เดชคง


          ผมสังเกตดูก็พบว่า ผู้ที่จะมาปรึกษาว่าทำอย่างไรจึงจะมีคู่เหมือนคนอื่นเขานั้นมีน้อย เนื่องจากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน สามารถผัดผ่อนไปได้ บางคนก็แค่เปรย ๆ ขอคำแนะนำแถมจากเรื่องอื่นที่มาปรึกษาและแน่นอน ร้อยทั้งร้อยก็เป็นสุภาพสตรี


          มีงานวิจัยที่สหรัฐอเมริกาถึงสาเหตุของการเลิกร้างจากคู่รัก (แฟน) ว่าเกิดจากเหตุอันใดบ้าง พบว่า 78 เปอร์เซ็นต์ ให้เหตุผลว่าเบื่อ อีก 60-70 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าความสนใจต่างกัน เรื่องนี้ผู้หญิงให้ความสำคัญมากกว่าชาย ต่อมาเรื่องเซ็กซ์ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้คงเหมือนกับที่นักวิชาการออกมาให้ข่าวว่า คนไทยเลิกร้างเพราะเซ็กส์ไม่ไปด้วยกันถึง 60 เปอร์เซ็นต์ (ไม่รู้มากไปไหม?) ส่วนเรื่องที่ใครโง่กว่ากันจนทนไม่ได้มีอยู่ 20 เปอร์เซ็นต์ คือทนความแตกต่างเรื่องไอคิวไม่ได้

งานพิเศษ ทำที่บ้าน เสาร์ อาทิตย์ คีย์ข้อมูล ค่ะ

สำหรับผู้ที่ต้องการรายได้เสริม หางานพิเศษ ในช่วง เสาร์ อาทิตย์ ทำที่บ้า ทำงานวันละ 3-4ชม.เท่านั้น โดยทางบริษัทมีการสอนงานให้ เป็นงานคีย์ข้อมูล เมื่อเรียนรู้งานแล้ว สามารถนำงานกลับมาทำที่บ้านได้ โดยใช้ช่วงเวลาว่าง หรือ เวลาหลังเลิกจากงานประจำเเละเลิกเรียน อ่านเพิ่มเติมข้างล่างค่ะ 


หางาน part time เขตกรุงเทพ แจ้งวัฒนะ เสาร์ อาทิตย์ ที่นี่ค่ะ


นักศึกษาหรือผู้ที่ทำงานประจำที่อยู่แถว เขตกรุงเทพ สนใจงาน part time เพียงแค่มีเวลาว่างหลังจากเลิกเรียนหรือเลิกงาน บริษัทจะให้พิมพ์งานและอัพเดทเว็ปไซต์วันล่ะ2-3ชั่วโมง และทางบริษัทได้มีการสอนงานให้ฟรี สามารถรับงานกลับไปทำที่บ้านได้ บริษัทอยู่แถว เขตแจ้งวัฒนะ น้องๆนักศึกษาหรือผู้ทำงานประจำ ผู้ว่างงาน ผู้ตกงานสนใจ งาน part time อ่านรายละเอียดด้านล่างค่ะ

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สมัครงาน หางาน งานพิเศษ มีรายได้เพิ่ม


คุณสมบัติ

– อายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องการ ทำงานที่บ้านไ
– สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้
– สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้
– พักอยู่ในกรุงเทพหรือปริมณฑล ที่

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต

28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต เป็นข้อคิดที่เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อเอามาอ่านอีกทีก็พบว่ายังเป็นเรื่องที่ดีมากๆที่ควรแบ่งปันให้รับรู้โดยทั่วกัน ได้มาจากฟอเวิร์ดเมล์เมื่อนานมาแล้ว ลองอ่านกันดูนะ
1.อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะทั้งชีวิตเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
2.เมื่อมีคนเล่าว่าเขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญ จง เป็นผู้ฟังที่ดีอย่าไปคุยทับ อย่าไปขัดคอ
3.จงตั้งใจฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น
4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามทางบ้างเพราะมีอะไรดีๆบางอย่างซ่อนอยู่
5.จะคิดทำการใดจงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่ให้เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
6.หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
7.จงจำไว้ว่า ข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
8.เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้เด็กชนะไปเถอะ
9.ใครจะวิจารณ์เรายังงัยก็ตาม อย่าเสียเวลาไปโต้ตอบ แต่ให้ปรับปรุงตนเอง
10.จงให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ “สอง” แต่อย่าให้ถึง “สาม”
11.อย่าให้วิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานไม่มีความสุขก็ลาออกดีกว่า
12.ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆ มันก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้แต่แรกหรอก
13.ใช้เวลาให้น้อยๆในการคิดว่า”ใครผิด” แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า”อะไร” เป็นสิ่งที่ผิด
14.จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับ ” คนโหดร้าย ” แต่กำลังสู้กับ ” ความโหดร้าย ” ในตัวคน
15.โปรดคิด คิด คิด และคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะให้เพื่อนเรามีภาระในการเก็บรักษาความลับ
16.ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะในสงครามใหญ่
17.เป็นคนถ่อมตน จำไว้ว่าคนอื่นทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จกันมามากมายก่อนเราเกิดเสียอีก
18.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเพียงใด จงสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
19.มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ
20.อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นต้องเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามว่า ” เป็นไง?” ตอบไปเลยว่า ” สบายมาก”
21.อย่าพูดว่าเรามีเวลาไม่พอ เพราะทุกคนในโลกก็มีเวลาวันละ 24 ชม.เท่ากัน
22.จงเป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่ควรทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
23.ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานตนเอง ไม่ใช่มาตรฐานคนอื่น
24.จริงจัง และเคี่ยวเข็ญต่อตนเองให้มาก แต่จงอ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
25.ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ว่างานนั้นจะดูแย่แค่ไหนในสายตาคนรอบข้าง
26.คำนึงถึงการมีชีวิตให้ ” กว้างขวาง ” มากกว่าการมีชีวิตเพื่อ ” ยืนยาว ”
27.(บางครั้ง) อย่าไปหวังเลยว่าในชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
28.ว่ากันว่ามี 3 สิ่งที่ไม่ควรถูกทำให้แตกหรือทำลาย ได้แก่ ของเล่นเด็ก คำสัญญาและจิตใจของใครๆ ก็ตาม

นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”

แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…
โดยท่าน ว. วชิรเมธี